home | product | usage | analysis

reseller | Q&A | blog

ข้อมูลการวิเคราะห์ Red Bee Sand

 

Red Bee Sand

โดย Mr.Takayuki Shirakura ผลิตโดยบริษัท ฮิโรเซะ Hirose Ltd. ตั้งแต่ปี ค.ศ.1944 เป็นบริษัทที่รู้จักเป็นอย่างดีในเอเซีย เนื่องจากเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการผลิตดินที่ใช้สำหรับตู้ปลา (Soil Substrate)

Red Bee Sand ผลิตจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ 100 % มีลักษณะเป็นเม็ดที่เกิดจากกรรมวิธีการเผาแบบพิเศษ Hirose Ltd. ได้ทำการจดสิทธิบัตรไว้ ขบวนการเผานี้ทำให้โครงสร้างของเม็ดดินมีลักษณะเป็นรูพรุน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องการ ไม่มีส่วนประกอบของเรซิ่นหรือสารชนิดอื่น จากมาตรฐานและประสบการณ์อันยาวนานของบริษัทจึงสามารถรับประกันได้ว่า Red Bee Sand เป็น substrate ที่มีคุณภาพสูงและมีคุณภาพคงที่่ตลอดเวลา



ภาพถ่ายจากกล้องอิเลคตรอนแสดงพื้นผิวของ Red Bee Sand


 

50X                                               2,500X

กำลังขยาย                                   กำลังขยาย

 

 

 

click ที่รูป                                     click ที่รูป
เพื่อชมภาพใหญ่                       เพื่่อชมภาพใหญ่   
ที่มา: Hirose Ltd.

 

รูพรุนจำนวนมากเหล่านี้จะเป็นที่่อยู่อาศัยของแบคทีเรีย Red Bee Sand 1 ลิตรจะมีพื้นที่ผิวถึง 21,476 ตารางเมตร

การวิจัยโดยสถาบัน โมเลกุลและเซล ชีววิทยา โตเกียว ในนามของบริษัท Hirose Ltd. แสดงให้เห็นว่าสามารถพบแบคทีเรียมากกว่า 200 ชนิดอาศัยอยู่บนผิวของดินนี้ และมีบางชนิดเป็น แบคทีเรียที่ไม่ต้องอาศัยออกซิเจน (anaerobic bacteria) หรือ denitrifying bacteria (หัวหน้านักวิทยาศาสตร์, จุลชีววิทยาสิ่งแวดล้อม Dr.Jung Rin Ken)



ค่า pH ของน้ำเมื่อผ่านการใช้งานมามากว่า 217 วัน และมีการเปลี่ยนน้ำ 95% ของตู้ทุกๆสัปดาห์

จากปฏิกริยาของส่วนประกอบที่เป็นกรดและด่างใน Red Bee Sand ไม่ได้เพียงแต่ช่วยลดค่า pH เพียงอย่างเดียว แต่จะคอยปรับให้นำ้มีค่า pH อยู่ระหว่าง 6.5 +/- 0.3 เช่นถ้าน้ำที่นำมาใช้มีค่า pH สูง ส่วนประกอบที่เป็นกรดของดินจะช่วยลดค่า pH ลง แต่ถ้าใช้น้ำที่มีค่า pH ตำ่ ส่วนประกอบที่เป็นด่างก็จะช่วยเพิ่มค่า pH ดังนั้นส่วนประกอบที่เป็นกรดและด่างในดินจะทำหน้าที่ปรับค่า pH ให้อยู่ในช่วงที่ต้องการอยู่ตลอดเวลา

น้ำเดิมที่ใช้ และ น้ำที่นำมาใช้เปลี่ยนมีค่า pH เท่ากับ 7.5 - 8

น้ำเดิมที่ใช้ และ น้ำที่นำมาใช้เปลี่ยนมีค่า pH เท่ากับ 5.0 - 5.5

เส้นสีแดงแสดงค่า pH ที่วัดได้ตามวันต่างๆ
จุดสูงสุดหรือตำ่สุด (after water change) แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของ pH แบบทันที่หลังจากการเปลี่ยนน้ำแต่ละครั้ง ส่วนเส้นโค้งแสดงการปรับของค่า pH กลับสู่ค่าปกติอีกครั้ง
ค่าเฉลี่ยของ pH ในระหว่างการทดลองเท่ากับ 6.6 สำหรับกราฟด้านบน และ 6.3 สำหรับกราฟด้านล่าง



การทดสอบจากห้องทดลองอิสระ (รายงานผลการทดสอบ Red Bee Sand)

ในเดือนสิงหาคม 2009 มีการนำตัวอย่าง ของ Shirakura Red Bee Sand จาก 2 ถุงไปทดสอบที่ Institute for Soil and Environment of the Chamber of Agriculture Lower Saxony จากการทดสอบ เพื่อตรวจวัดปริมาณสารเคมีที่ต้องการ ได้ผลดังนี้

หมายเลขรายงานการทดลอง 363012 และ 363080

  Nitrite
NO2 in mg/kg
Nitrate
NO3-N in mg/kg
Ammonium
NH4-N in mg/kg
pH value
ตัวอย่างที่ 1 <0.190 7.25 2.48 5.4
ตัวอย่างที่ 2 <0.190 7.62 3.21 5.4



หมายเลขรายงานการทดลอง  363013

  Phosphor
P in mg/100 g
Potassium
K in mg/100 g
Magnesium
Mg in mg/100 g
Manganese
Mn in mg/kg
Humus
in %
Iron, EDTA-soluble
Fe in mg/kg
ตัวอย่างที่1 1 8 16 6.7 6.7 120
ตัวอย่างที่2 0 9 17 7.5 7.5 121


จากผลที่ได้แสดงให้เห็นว่า Red Bee Sand ไม่เพียงแต่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับใช้เลี้ยงกุ้ง แต่ยังดีสำหรับปลูกพรรณไม้น้ำอีกด้วยเนื่องจากประกอบด้วยสารอาหารธรรมชาติในปริมาณสูง สารอินทรีย์ที่มีอยู่ในดินเป็นที่มาของแอมโมเนียในปริมาณ 0.10-0.35 mg/l ซึ่งเป็นปริมาณที่ไม่เป็นอันตรายกับกุ้งและสามารถถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรียได้หมด



การทดสอบโดย Mr.Carsten and Frank Logemann

การทดลองที่1

ตู้้ที่1                                                         ตู้ที่2
กรองใต้ตู้กับปั๊มลม                       กรองฟองน้ำกับปั๊มลม

 

 

 

click ที่รูป                                         click ที่รูป
เพื่อชมภาพใหญ่                           เพื่อชมภาพใหญ่

 

 

เราได้ทำการทดลองโดยการตั้งตู้ความจุ 54 ลิตร จำนวน 2 ตู้ ตู้หนึ่งติดตั้งกรองแบบใต้ตู้ใช้ลม จากปั๊มดันน้ำ ส่วนอีกตู้ใช้กรองแบบฟองน้ำร่วมกับลมเช่นกัน  ทั้งสองตู้ตกแต่งด้วยขอนไม้พันมอสจำนวน 2 ขอน ปล่อยกุ้งจำนวน 15 ตัวในแต่ละตู้หลังเริ่มตั้งตู้ 24 ชั่วโมงและให้อาหารวันละครั้ง  ทำการเปลี่ยนน้ำ 30% อาทิตย์ละครั้ง 

ทำการวัดค่า parameter ของน้ำโดยใช้  drop test ที่ทำขึ้นมาเฉพาะซึ่งอาจได้ค่าไม่ถูกต้องมากนัก  แต่สามารถแสดงให้เข้าใจได้ถึงแนวโน้มได้ ดังแสดงให้เห็นได้จากกราฟทั้งสอง

การทดลองที่สอง

เนื่องจาก Red Bee Sand มีคุณสมบัติในการเป็น ion exchanger เราจึงทดลองว่า แอมโมเน่ียม หรือ ไนเตรทจะถูกดูดซึมและปล่อยออกมาอีกทีในบางสภาวะได้หรือไม่ เราใช้ Red Bee Sand ทั้งหมด 5 ส่วน ส่วนแรกเป็นดินใหม่ ส่วนที่ 2-4 เป็นดินเก่าที่ผ่านการใช้งานจากตู้ที่เลี้ยงกุ้งเป็นจำนวนมากมาก่อนในระยะเวลาต่างกันคือ 1,2 และ 3 เดือนตามลำดับ  และอีกหนึ่งส่วนมากจากลูกค้าที่วัดไนเตรทในตู้อยู่ในระดับสูง

เวลาทดสอบ 7 วัน แบ่งการทดลองเป็นสี่กลุ่ม ได้ผลดังนี้

กลุ่มที่

รายละเอียดการทดลอง

ผลการทดลอง

I ใช้น้ำประปา ทดสอบว่าตัวอย่างดินจะปล่อย แอมโมเนี่ยม หรือ ไนเตรท อ่อกมาหรือไม่ ไม่พบ
II ใช้น้ำR/O ทดสอบว่าตัวอย่างดินจะปล่อย แอมโมเนี่ยม หรือ ไนเตรท อ่อกมาหรือไม่ ไม่พบ
III ใช้สารละลายNaCl ทดสอบว่าตัวอย่างดินจะปล่อย แอมโมเนี่ยม หรือ ไนเตรท อ่อกมาหรือไม่ ไม่พบ
IV ใช้สารละลาย CaCl2ทดสอบว่าตัวอย่างดินจะปล่อย แอมโมเนี่ยม หรือ ไนเตรท อ่อกมาหรือไม่ ไม่พบ


ผลที่ได้จากการทดลองดินทั้ง 5 ส่วน ได้ผลที่เหมือนกัน
สรุปจากผลการทดลองเห็นชัดเจนว่า Red Bee Sand  ไม่มีคุณสมบัติดูดซับและปลดปล่อย แอมโมเนี่ยมออกมา


การทดลองที่ 3

เราทดลองโดยนำ Red Bee Sand  แช่ในสารละลายไนเตรทที่ีมีความเข้มข้น 100 mg/l เพื่อต้องการทราบว่าดินชนิดนี้จะดูดซับไนเตรทและปลดปล่อยออกมาอีกครั้งหรือไม่

จากผลการทดลองพบว่าระดับของ ไนเตรทมีค่าอย่างน้อย 100 /l   ตลอดการทดสอบ3 สัปดาห์  แสดงว่าดินชนิดนี้ไม่มีคุณสมบัติดูดซับและปลดปล่อย แอมโมเนี่ยมออกมา

ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านและผู้ผลิตต่างยืนยันว่า Red Bee Sand ไม่มีคุณสมบัติทางฟิสิกส์ในการดูดซับไนเตรท


ขอบคุณ Carsten และ Frank Logemann ที่อนุญาติให้แปลและนำเสนอบทความที่เป็นประโยชน์นี้
Thank you, Carsten and Frank Logemann
for permission to translate and publish this precious article.

contact | © 2009 www.shirakura-th.com